วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

นิกะฮฺมิสยารฺไม่ใช่มุตอะฮฺ



อ่านบทความได้ที่นี่






ล่อนจ้อนผู้รู้รอฟิเฎาะฮฺเผยความเชื่ออัลกุรอานไม่ครบกลางเวที!


สิ่งที่จะเขียนต่อไป นี้คือสิ่งที่มาจากหลักฐานที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้อย่างแท้จริงถึงข้อ เขียนของเรา หาใช่สิ่งที่อุปโลกน์ขึ้นหรือโป้ปดมดเท็จแต่อย่างใดไม่ เพราะเป็นสิ่งที่นำมาจากคลิปวิดีโอที่ ลิงค์นี้ (กรุณาตามไปดูพร้อมอ่านการอธิบายของเราประกอบ)
คำแปลวิดีโอ:

พวก นอกรีตรอฟิเฎาะโดยเฉพาะบรรดาผู้รู้ หรือที่เรียกกันว่า "อายาตุลลอฮฺ" นั้นเชื่อว่าอัลกุรอ่านมีการบิดเบือน ไม่เพียงแค่ในตัฟซีรแต่ยังรวมถึงการตัดทอนในส่วนของอายะฮฺโดยน้ำมือของศอฮา บะฮฺ! (หมายถึงว่าซอฮาบะฮฺลบคำบางคำในอัลกุรอานฉบับปัจจุบันออก)

“เหล่า นี้เป็นการใส่
ไคล้ของ “วะฮะบี” หรือว่าความจริงที่รอฟิเฎาะฮฺปกปิดกันแน่?

ในวิดีโอชิ้นนี้คนที่ กำลังเทศนาอยู่คือ อยาตุลลอฮฺผู้เรืองนาม มุรตาฎอ อัลก็อซวีนียฺ (เป็นคอฏีบในอิรัก ณ กัรบะลาอฺ องค์กรณ์ชีอะฮฺ/เฮาซะฮฺ)
คนไร้มันสมองชี อะฮฺนาม อยาตุลลอฮฺ มุรตาฎอ อัลก็อซวีนียฺ ผู้นี้กล่าวหาว่าอัลลอฮฺกำลังโกหก! และกล่าวหาศอฮาบะฮฺว่าตัดทอนอัลกุรอ่าน!
............................................................................................................................

อยา ตุลลาต ผู้นี้กล่าวว่า :
"นี่คืออายะฮฺตามที่เป็นจริง

اِنَّ اللّٰهَ اصۡطَفٰۤى اٰدَمَ وَنُوۡحًا وَّاٰلَ اِبۡرٰهِيۡمَ وَاٰلَ عِمۡرٰنَ وَّاٰلَ محمد عَلَى الۡعٰلَمِينَۙ‏

“แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงคัดเลือก อาดัมและนูห์ และวงศ์วานของอิบรอฮีม และวงศ์วานของอิมรอนและครอบครัวของมุฮัมมัด ให้เหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย”


โปรดสังเกตุว่าอยาตุลลาตผู้นี้ได้ อ่านอัลกุรอาน โดยเพิ่มคำว่า "วะอาลิมุฮัมมัด" เข้าไปจากอัลกุรอานของแท้ เพราะในอัลกุรอานฉบับปัจจุบันที่เราอ่านกันอยู่นั้นเป็นแบบนี้

اِنَّ اللّٰهَ اصۡطَفٰۤى اٰدَمَ وَنُوۡحًا وَّاٰلَ اِبۡرٰهِيۡمَ وَاٰلَ عِمۡرٰنَ عَلَى الۡعٰلَمِيۡنَۙ‏
(3:33)

“แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงคัดเลือก อาดัมและนูห์ และวงศ์วานของอิบรอฮีม และวงศ์วานของอิมรอน ให้เหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย” (ซูเราะฮฺอลิอิมรอน อายะฮฺที่33)


อัลกุรอานฉบับของจริง ไม่มีคำว่า "อาลิมุฮัมมัด" ปรากฏอยู่แต่อย่างใด แล้วกระไรกันเล่าที่อภิมหาอุลามาอ์รอฟิเฎาะฮฺผู้นี้ถึงได้บรรจุคำเข้าไปเอง โดยพละการได้ถึงเพียงนี้ นี่คือหลักฐานที่ระบุว่ารอฟิเฎาะฮฺเชื่อว่าอัลกุรอานที่พี่น้องมุสลิมถือใช้ ในฉบับปัจจุบันมีการขาดตกหายไป แต่พอเมื่อพวกเขาอยู่ต่อหน้าพวกเราพวกเขาก็ทำการ "อำพราง" ตนเองดุจราวคนสับปลับกลอกกลิ้งแต่เมื่อพวกเขาอยู่กันเองก็เผยความเชื่อ โสโครกออกมา

อายาตุลลาตผู้นี้ได้กล่าวต่อไปในวิดีโอว่า

"และ อิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก(อ.ล) กล่าวว่านั่นคืออายะฮฺตามที่เป็นจริงที่ถูกประทานลงมาแต่พวกเขา(ศอฮาบะฮฺ)ก็ "ลบ" มันออกไป นั่นแหล่ะที่มันป็น และฉันก็จะไม่กล่าวอะไรไปมากกว่านี้ ฉันเพียงแค่กำลังบอกว่า ถ้าหากฉันสามารถกล่าวได้มากกว่านี้ฉันก็จะกล่าว ....ใช่ล่ะ! ดังนั้น คำว่า “ครอบครัวของมุฮัมหมัด” ก็เป็นส่วนหนึ่งของอายะฮฺนี้! แต่ก็ดั่งที่ท่านรู้กันว่าระบอบการปกครองเกิดขึ้นหลังจากท่านรซูลลุ้ลลอฮฺ และพวกเขาเป็นผู้รวบรวมอัลกุรอ่าน แตทว่าแท้ที่จริงการปกครองช่วงนั้น(สมัยท่านอบูบักรและอุมัร)ไม่ยอมรับครอบ ครัวของมุฮัมหมัดเพราะมันจะไม่ให้ประโยชน์แก่พวกเขาเลย(ศอฮาบะฮฺ) ถ้าพวกเขา(ศอฮาบะฮฺ)ปล่อยไว้ดั่งที่มันเป็น อะไรเกิดขึ้นล่ะ อะไรเกิดขึ้น(อายะฮฺจึงได้ถูกโยกย้ายออกไปจากอัลกุรอานฉบับปัจจุบันโดยศอฮา บะฮฺ)"

...............................................................................................................
แท้จริงอัลลอฮฺกล่าวว่า
แท้จริงเรา ได้ให้ข้อตักเตือน(อัลกุรอาน)ลงมา และแท้จริงเราเป็นผุ้รักษามันอย่างแน่นอน (ซูเราะฮิ อัลฮิจญรฺ9)

ทำไมท่านอลีจึงไม่ทำให้กุรอ่านเป็นดั่งเดิม เมื่อท่านเป็นคอลีฟะฮฺ???
หรือว่าท่านทำตามชนก่อนหน้าพร้อมยอมรับการบิด เบือนอัลกุรอ่าน???
ไม่มีสิ่งใดสำหรับพวกนี้อีกแล้วนอกจากเป็นพวกมุนาฟิก ดังนั้นจงระวังพวกมัน ขออัลลอฮฺทรงประทานความพินาศแด่ชนพวกนี้ด้วยเถิด! อามีน

ขอ จบการแปลเพียงเท่านี้ครับ เพราะหลังจากนี้พี่น้องเราได้นำเอาหลักฐานต่างๆที่รอฟิเฎาะบอกว่าอัลกุรอ่าน โดนบิดเบือน


วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

อัลกุรอานถูกประทานลงมาแก่ท่านอะลีก่อนท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อล!


สร้างชื่ออีกครั้ง กับคำสอนอันสุดแสนพิศดารของชาวรอฟิเฎาะฮฺที่รังสรรค์คำสอนเทียมด้วยหมายจะ ป้ายสีอิสลามให้ผิดเพี้ยนจากเดิมมากที่สุด ดังที่ท่านผู้อ่านเองก็รับทราบมาดีกันตลอดไม่ว่าจะเป็นคำสอนว่าด้วย อุจาระอิมามหอมดุจชะมดเชียง,อัลกุรอานสูญหายไปถึง 3 ใน 4 และสารพัดความเชื่ออุตรีอื่นๆที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมาหมด

อีกครั้ง กับความอับอายของประชาชาติมุสลิมเมื่อผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาของโลกรอฟิเฎาะ ฮฺจากสถาบันอัล "เฮาซะฮฺ" แห่งเมืองกัรบาลา ประเทศอิรัค อดรนทดเก็บความเชื่อที่แท้จริงของพวกตนไม่ไหวเลยขอละเมิดคำสั่งสูงสุดของเห ล่าอิมามที่กำชับให้ "ตะกียะฮฺ" (โป้ปดมดเท็จหรือ ปากกับใจไม่ตรงกัน) ด้วยการเผยความเชื่ออันอุบาทว์กาลีโลกออกมาว่า อัลกุรอานที่ผองมุสลิมใช้อ่านกันนั้นแท้ที่จริงแล้วถูกประทานลงมาแก่ท่านอะ ลี ก่อนที่อัลลอฮฺจะประทานลงมาแก่ท่านนบี (ศ็อลฯ) เสียอีก!!!

มุสลิมทุกกลุ่ม เชื่อว่าอัลกุรอานถูกประทานลงมาแก่ท่านนบีมุฮัมมัดคนแรก


แต่นี่รอฟิเฎาะฮฺบอกว่ากุรอานลงมาให้ท่านอะลีก่อน!

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

ฟัตวาสะเทือนโลกจากรอฟิเฎาะฮ์มุสลิมสามารถแปลงเพศได้!!!!



ชีอะฮฺรอฟิเฎาะฮฺฟัตวาว่ามุสลิมสามารถแปลงเพศได้



วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ทำไมซุนนีจึงโต้วาทีไม่เคยชนะพวกรอฟิเฎาะฮฺสักที?

ผู้ที่ติดตามกระแสความขัดแย้งระหว่างซุนนี-ชีอะฮฺรอฟิเดาะฮ์ มาตลอดระยะเวลาหลายปีในเมืองไทยของเราจะรู้สึกเช่นเดียวกับข้าพเจ้าเสมอว่า ทุกครั้งที่มีการจัดเวทีถกเถียงเชิงวิชาการกับพวกรอฟิเดาะฮฺฝ่ายซุนนีจะต้อง เป็นไม้รองแพ้ทางการอภิปรายของอุลามาอ์ฝ่ายรอฟิเดาะฮฺอยู่เสมอ เพราะเหตุกระไรเล่าที่เป็นเช่นนี้ นักวิชาการฝ่ายซุนนีอ่อนหัดอย่างนั้นหรือ? นักวิชาการฝ่ายซุนนีพูดไม่เก่งอย่างนั้นหรือ? หรือแนวทางซุนนีไม่ใช่สัจธรรมและรอฟิเดาะฮ์คือสัจธรรมอย่างนั้นหรือ? ซุนนีจึงสู้ความจริงจากฝ่ายรอฟิเดาะฮฺไม่ได้?

หามิได้ ความลับที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะของการโต้วาทีของฝ่ายชีอะฮฺนั้นคือการโกหก อันเป็นวิทยายุทธ์ขั้นสุดยอดที่แม้แต่การตะกียะฮฺยังต้องจ๋อย!!


รูปภาพ
อัซซัยยิด อบุลกอซิม อัลคูอีย์



 อุลามาอ์มัรญิอฺตักลีดรอฟิเฎาะฮฺ ชั้นอาวุโสนามอุโฆษจากแผ่นดินแห่งสุสานของท่านอิมามอะลีอย่างเมืองนะญัฟ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของ สถาบันเผยแพร่ลัทธิรอฟิเฎาะฮฺอย่างดารอะฮฺลุลเบตตลอดจนการเป็นปราชญ์ที่รอฟิ เดาะฮฺทั่วโลกยึดถือได้กล่าวฟัตวาเกี่ยวกับการโกหก(ตอแหล) ไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อ
“ศิร็อตุนนะญะฮฺ ในหน้าที่ 447 เล่ม 1”
ซึ่ง คำฟัตวาดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาตอบในเว็บไซต์ของเจ้าตัวในภาคภาษาอาหรับ ทางเราจึงเซฟมาเพื่อให้ดูกันเป็นหลักฐานป้องกันการโกหกของฝ่ายรอฟิเฎาะฮฺ


คำ ถามที่ 6 : การโกหกต่อผู้ที่ทำบิดอะฮฺหรือผู้ที่สนับสนุนในสิ่งที่เป็นความเท็จ ถือว่าอนุญาตให้กระทำได้หรือไม่ ในระหว่างที่เรากำลังถกเถียงอยู่กับเขา?

 


ตอบ : ถ้าเราได้ตอบเขาไปและนั้นสามารถหยุดยั้งความมดเท็จของเขาได้ นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่อนุญาตให้กระทำได้


อนึ่ง ฟัตวาดังกล่าวนี้ถือว่าอนุญาตให้ฝ่ายรอฟิเดาะฮฺทำการโกหกเมื่อคราวที่กำลัง ถกเถียง โดยที่อบุลกอซิม อัลคูอีได้ขมวดปมไว้ว่า อนุมัติให้โกหกต่อผู้ที่กระทำบิดอะฮฺเพื่อสยบความมดเท็จของเขา ซึ่งการสรุปความเช่นนี้ย่อมนำไปสู่การอนุมัติให้โกหกต่อฝ่ายซุนนีอย่างแน่ นอน เพราะหากผู้ที่กระทำบิดอะฮฺยังอนุญาติให้โกหกได้แล้วชาวซุนนีที่รอฟิเดาะ ฮฺมองว่าเป็นกาเฟรจะไม่หนักเข้าไปอีกฤา? ดังการฟัตวาของเชคมุฟีด หนึ่งในนักปราชญ์ชีอะฮฺที่ซัยยิดสุไลมานเคยรับรองและยังเป็นหนึ่งในผู้วาง รากฐานให้แก่ศาสนาชีอะฮฺด้วยการแบ่งรูกุ่นอีมานออกเป็น 5 ข้อได้ฟัตวาไว้ว่าชาวซุนนีมิใช่มุสลิมดังนี้

اتفقت الامامية على أن من أنكر إمامة أحد من الائمة وجحد ما أوجبه الله تعالى له من فرض الطاعة فهو كافر ضال مستحق للخلود في النار

"มี มติเป็นเอกฉันท์ในหมู่ผู้รู้อิมามียะฮฺต่อความจริงที่ว่า คนหนึ่งคนใดที่ไม่ศรัทธาต่ออิมามะฮฺแม้เพียงคนเดียวของอิมามและบรรดาผู้ไม่ ศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮฺถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องเชื่อฟังพวกเขา(บรรดาอิมาม) บุคคลเช่นนั้นคือผู้ปฏิเสธที่หลง และสมควรพำนักอยู่ในนรกตลอดกาล"

หนังสือ อัลมะซาอิล หน้าที่ 120 ของ ชัยคฺมุฟีด

ชาวซุนนีซึ่งไม่ศรัทธาต่อบรรดาอิมามของชีอะฮฺก็ย่อมเป็นกาเฟรแน่นอน
ดัง นั้นการโกหกต่อชาวซุนนีในระหว่างการถกเถียงวิชาการกับฝ่ายซุนนีย่อมทำได้ อย่างแน่นอน และสิ่งที่เป็นสิ่งมดเท็จในทัศนะของฝ่ายรอฟิเดาะฮฺก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ ที่เป็นสัจธรรมในสายตาของฝ่ายซุนนีเช่น ฐานะอันสูงส่งของท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นต้น
จากฟัตวานี้แล้วคงเป็นที่ กระจ่างแก่ท่านทั้งหลายว่าเพราะเหตุใดเวลาที่มีการโต้เถียงจึงมักจะจบลงด้วย ความพ่ายแพ้ของฝ่ายซุนนี นั่นก็เพราะว่าฝ่ายซุนนีตามไล่เกมส์การโกหกของฝ่ายรอฟิเดาะฮฺไม่ทัน
ข้าน้อยขอซุฮกให้กับจอมโกหกผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าพวกเหล่าอุลามาอ์รอฟิเดาะฮฺทั้งหลายเอ๋ย!!!!!!!!!!!

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ชีอะฮฺเอากุรอ่านทำเพลง


นี่คือสิ่งที่ชีอะฮฺได้ทำกับอัลกุรอ่าน อยากถามชีอะฮว่าแบบนี้ไม่เรียกว่ากุฟุรหรือ...?
หรือว่ามีอุลามะอฺตัวดีบ้างไหมที่ออกมากล่าวว่า การทำกับอัลกุรอ่านแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ห่างไกลอิสลามอย่างชัดเจน
......ปากบอกว่าตามท่านอาลีกันนักกันหนา ท่านอลีที่ไหนล่ะทำแบบนี้????
เราขอให้ชีอะฮฺได้รับทางนำ แต่ถ้าไม่ ก็ขอบอกว่า.....
.............ขอประณามกับพวกที่ล้อเลียนหรือเอากุรอ่านมาทำเป็นเพลง ขอให้อัลลอฮฺสาปแช่งท่าน ให้ความพินาศจงประสบแด่ท่าน...........................